แบ่งปันเรื่องราวดีๆด้วยช่องทางนี้

สีมาแรง ประจำปี 2564 การออกแบบเว็บไซต์ ภาพโฆษณาบน Fcaebook และภาพการทำภาพกราฟิกขึ้นมา จุดมุ่งหมายปลายทางท้ายสุดก็คือการ “ขาย” เพราะฉะนั้นนักออกแบบต้องรู้จักเทรนด์การจับคู่สี และการออกแบบให้ภาพดึงดูดสายตาลูกค้า และออกมามีประสิทธิภาพมากที่สุด วันนี้แอดมินปกป้องจะพาไปดู สีมาแรง ประจำปีนี้ที่รักกราฟิกส่วนใหญ่เลือกใช้และสร้างสรรค์ผลงาน จับคู่แล้วลงตัวมากที่สุด ไปดูกันเลยค่ะ

ก่อนออกแบบ มาดูคู่สีกันก่อน

วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องการเลือกสีสำหรับออกแบบกันสักนิดนึงเพื่อให้คนที่สนใจในการออกแบบได้มีความรู้เพิ่มมาขึ้น โดยก่อนอื่นเราขอแนะนำวงล้อสี (Colors Wheel) กันก่อน ซึ่งนี่เป็นเหมือนเรื่องพื้นฐานของการเกิดสีทั้งหมด โดยเริ่มต้นมาจากแม่สีทั้งสาม คือ แดง เหลือง น้ำเงิน ให้เป็นสีหลัก ก่อนที่จะเกิดการผสมกันจนได้เป็นสีที่เหลือตามมา ซึ่งวงล้อนี้จะช่วยให้เราเห็นความเป็นมาของสีต่างๆ ได้ชัดเจนมากขึ้น แต่แน่นอนว่าหลายคนก็ยังงงๆ กันอยู่ว่าจะเอาวงล้อนี้ไปใช้งานได้อย่างไร ต้องทำอย่างไรถึงจะเลือกคู่สีในการออกแบบได้ถูกต้อง เราจึงสรุป ‘4 ทฤษฎีการจับคู่สีแบบพื้นฐานมาให้เพื่อนๆ แล้ว ไปชมกันเลย

1. สีข้างเคียง (Analogous Colours)

เป็นการรวมของสีแบบง่ายๆ เพียงเราเลือกสีที่เราต้องการใช้และเลือกคู่สีที่อยู่ข้างๆ โดยการเลือกใช้สีแบบนี้จะทำให้งานดูน่าสนใจได้ดีทีเดียว และมีข้อดีคือไม่ได้ใช้งานยากมากนัก คนยังไม่ประสบการณ์สามารถนำไปใช้ได้สบายๆ เพราะเป็นสีที่อยู่ในโทนเดียวกันจึงผสมกันได้อย่างลงตัว

2. สีคู่ตรงข้าม (Complementary Colours)

อันนี้จะเป็นการเลือกใช้ที่ยากพอสมควรคือคู่สีที่อยู่ตรงข้ามกัน จะมีการ Contrast ที่ค่อนข้างจัดแต่จะทำให้ผลงานชิ้นนั้นดูโดดเด่นเอามากๆซึ่งแอดขอแนะนำให้เลือกสีที่จะใช้เป็นหลักมาก่อนและลดสัดส่วนการใช้สีคู่ตรงข้ามลงมาเช่นการนำไปใช้กับตัวหนังสือหรืออาจจะลดความอิ่มสีลงบ้างเพื่อการใช้งที่ง่ายมากขึ้น

3. สีแบบสมดุลรูปสามเหลี่ยม (Triadic Colours)

นี่เป็นการเลือกใช้คู่สีที่สมดุลและโดดเด่นเป็นอย่างมากๆ แต่อาจจะไม่ได้มี Contrast ที่จัดเท่ากับการใช้คู่สีตรงข้าม(Complementary Colours) โดยวิธีการใช้งานคู่สีแบบนี้คือเราต้องเลือกให้สีใดสีหนึ่งโดดเด่นมากที่สุด แล้วลดสัดส่วนของสีอื่นๆ ตามลงมา

4. สีใกล้เคียงกับสีคู่ตรงข้าม (Split-Complementary Colours)

สุดท้ายจะเป็นการเลือกคู่สีที่คล้ายๆ การเลือกแบบคู่สีตรงข้ามแต่จะเป็นชุดที่ผสมรวมระหว่างเฉดสีที่อยู่ใกล้เคียงกันสองสี ซึ่งจะทำให้ผลงานมีความหลากหลายและยืนหยุ่นในการทำงานได้มากกว่า

ถ้าใครกำลังคิดว่าการทำเว็บไซต์เป็นเรื่องของการออกแบบหน้าตาให้ดูล้ำๆ เพียงอย่างเดียว ต้องบอกกันเอาไว้ตรงนี้เลยว่าคิดผิดซะแล้ว

ดังนั้น ในที่นี้ผู้เขียนขอจำกัดความคำว่า ‘เว็บไซต์ที่ถูกใจลูกค้า’ ว่าเป็นเว็บไซต์ที่ออกแบบสวยและตอบโจทย์การใช้งานด้วยนั่นเองค่ะ

หากผู้อ่านเป็นคนที่กำลังอยากมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง หรือเคยได้ยินใครบ่นว่าอยากมีเว็บไซต์สวยๆ สักหนึ่งเว็บแต่ไม่รู้ต้องเริ่มต้นยังไง จงแชร์บทความนี้ให้เขาได้อ่าน เพราะบทความนี้เหมาะกับคนที่กำลังคิดเริ่มต้นทำเว็บไซต์ด้วยตัวเอง (Non designer) รวมถึงคนที่อยากทำเว็บแต่ไม่มีไอเดียว่าต้องอธิบายยังไงให้กราฟฟิคดีไซเนอร์เข้าใจซักที

1. ออกแบบเว็บไซต์ ให้เรียบง่ายเข้าไว้

ใครเคยเข้าร้านอะไรสักอย่างที่ทำรู้สึกว่าสินค้าเยอะจนตาลาย เลยต้องยอมถอยออกมา แล้วจบด้วยการไม่ได้ของที่อยากได้ขอให้ยกมือขึ้น!

อย่าให้เว็บไซต์ของคุณเป็นศูนย์รวมแห่งความยุ่งเหยิงด้วยการยัดข้อมูลทุกอย่างใส่เข้าไปในหน้าเดียว ดังนั้นการตัดทอนข้อมูลและสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไปบ้างนั้นจะทำสิ่งที่ ‘สำคัญจริงๆ’ โดดเด่นมากยิ่งขึ้น ถ้าคลิกเข้ามาแล้วต้องเจอวีดีโอแบบเล่นอัติโนมัติ ตัวอักษรกระพริบๆ หรือสีสันฉูดฉาดจนตาพร่า เชื่อได้เลยว่าเป็นใครก็ต้องกดออกตั้งแต่ไม่กี่วินาทีแรกแน่ๆ

การทำเว็บไซต์ไม่ใช่แค่การใส่ ‘อะไร’ เข้าไปในเว็บ แต่เป็นการที่เราเลือกจะใส่ข้อมูลพวกนั้นเข้าไป ‘ยังไง’ ต่างหาก สำคัญตรงที่การลำดับชั้นของวัตถุหรือทำให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งบนรูปภาพมีความโดดเด่นกว่าสิ่งอื่นโดยรอบ ไม่ว่าจะด้วยขนาด สี หรือการจัดตำแหน่ง วิธีนี้จะทำให้สินค้าของเราสามารถดึงสายตาของผู้ชมไว้ได้ โดยที่องค์ประกอบอื่นๆ ในภาพจะไม่ดูขัดแย้งกันเองด้วยค่ะ

และไม่ต้องกังวลหากมีพื้นที่สีขาวโล่งๆ (White space) ในเว็บไซต์ เพราะตามธรรมชาติของมนุษย์ สายตาเรามักถูกดึงความสนใจโดยจุดสีดำเล็กๆ ที่โผล่ขึ้นมาบนพื้นที่สีขาวเสมอ หลักการออกแบบเว็บไซต์ก็เช่นเดียวกันค่ะ เพราะฉะนั้นหากใครกำลังคิดที่จะหาอะไรมาถมให้เว็บไซต์ดูแน่นไปทุกอณูนั้นขอให้เบรคเอาไว้ก่อนเลย เตือนแล้วนะ!

2. เข้าใจเรื่องการใช้สี

การที่จะนำสีมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดหมายความว่าคุณต้องรู้ความหมายของมันให้ดีซะก่อน แต่ละสีนั้นให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันต่อผู้เข้าชม นอกจากเลือกให้เข้ากับภาพลักษณ์ของธุรกิจแล้วก็ยังต้องเลือกให้มีความสมดุลย์ในการจับคู่สีอีกด้วย

ตัวอย่างที่จะทำมาบอกกันเป็นเทคนิคที่ไม่ง่ายแต่ก็ไม่ยากเกินไปสำหรับนำไปประยุกต์ใช้ ลองนำไปปรับกันดูนะคะ

สีหลัก เป็นสีเดียวกับโลโก้ของแบรนด์

สีรองหรือพื้นหลัง เป็นสีโทนอ่อนอ่อนหรือสีขาวดำเพื่อความสบายตา

ปุ่ม Call to action เน้นเป็นสีที่ตัดกับโลโก้เพื่อเพิ่มความโดดเด่น

3. รูปภาพต้องดึงดูด

ทุกวันนี้มีเว็บไซต์มากมายที่เราสามารถเข้าไปดาวน์โหลดรูปภาพมาใช้ได้ฟรีสำหรับเชิงพานิชย์ และหากว่ายังไม่ครอบคลุมกับความต้องการก็มีรูปภาพสวยๆอีกเป็นล้านรูปที่เราสามารถซื้อมาใช้ได้อย่างถูกสิทธิ์

หากผู้อ่านต้องการเลือกใช้รูปภาพที่มีอยู่แล้ว หรือเป็นรูปสินค้าของเราจริงๆ นั้นยิ่งเป็นเรื่องที่ดี แต่สิ่งที่ต้องแน่ใจคือภาพถ่ายเหล่านั้นมีความคมชัดมากพอและสามารถสื่อความเป็นธุรกิจออกไปได้อย่างที่เราคิดเอาไว้ในหัวหรือเปล่า เพราะบางครั้งเราก็ไม่สามารถอธิบายข้อมูลทั้งหมดได้ด้วยการพิมพ์เป็นตัวหนังสือ รูปภาพจึงเป็นเสมือนตัวที่มาเติมเต็มในการสร้างความมั่นใจให้กับผู้เข้าชม รวมถึงบ่งบอกความเป็นมืออาชีพของธุรกิจเราได้ด้วย

4. เลือกฟอนต์ต้องให้โดน

สโลแกนเด็ดๆก็ต้องมาพร้อมกับฟอนต์ที่โดนใจ แน่นอนว่าคุณยังสามารถเพิ่มมูลค่าให้กลุ่มคำเหล่านั้นได้มากยิ่งขึ้นด้วยการเลือกฟอนต์ที่ให้ Mood & Tone เดียวกันโทนสีของเว็บไซต์และรูปภาพ การใช้ฟอนต์ก็เป็นอีกหนึ่งอย่างที่ส่งผลต่อความรู้สึกของผู้ชม รายละเอียดเล็กๆ อย่างขนาดของฟอนต์ สี ความหนา เอียง และการจัดช่องไฟก็ล้วนส่งผลต่อ ‘ใจความ’ สำคัญที่จะสื่อออกไปค่ะ

5. ตัวหนังสืออ่านง่าย

มันจะมีประโยชน์อะไรหากคุณมีเนื้อหาที่น่าสนใจแต่ไม่มีใครอ่านออก ดังนั้นเมื่อเราพูดถึงเว็บไซต์ที่ตัวหนังสือ ‘เป็นมิตร’ กับสายตาของผู้เข้าชม มันควรจะประกอบด้วยทั้ง 3 สิ่งนี้

ภาษาเข้าใจง่าย ชัดเจน ตรงประเด็น เนื้อหาครบถ้วนแต่ไม่ยืดเยื้อ

มีการจัดหน้าบทความที่ดี มีช่องไฟระหว่างตัวอักษรที่ไม่มากและไม่น้อยจนเกินไป ข้อความไม่ยาวติดกันหลายต่อหลายบรรทัดโดยไม่เว้นวรรค (แค่คิดก็ตาลายแล้ว)

ขนาดตัวหนังสือและฟอนต์ต้องอ่านง่ายโดยที่ไม่ต้องซูมเข้าซูมออก

การออกแบบเว็บไซต์ให้สวยนั้นอาจไม่ได้อะไรกลับมาเลยหากผู้เข้าชมไม่สามารถเข้าใจเนื้อหาและบริบทที่เราต้องการสื่อสาร ด้วยข้อจำกัดเรื่องสายตาของแต่ละคนที่ไม่เท่ากัน ทางแก้ที่แนะนำคือการทดสอบกับผู้เข้าชมหลายๆคนที่มีค่าสายตาแตกต่างเพื่อหาจุดตรงกลางที่ครอบคลุมกับผู้เข้าชมทั้งหมดนั่นเองค่ะ

6. มือถือมาเป็นอันดับแรก

ทุกวันนี้สัดส่วนของผู้เข้าชมเว็บไซต์ผ่านโทรศัพท์มือถือสูงถึง 52.2% และมีแนวแน้วว่าจะโตขึ้นในทุกปี (อ้างอิงจาก : statista) หมายความว่าถ้าเว็บไซต์ของคุณกำลังตกที่นั่งลำบากแล้วถ้าหากยังไม่รองรับการใช้งานบนมือถือหรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่มีขนาดหน้าจอเล็กกว่าคอมพิวเตอร์ทั่วไป ไม่ใช่เพียงเพื่อตอบสนองการใช้งานของผู้เข้าชม แต่ Mobile responsiveness ยังส่งผลต่อการจัดอันดับของ Google ด้วย

แม้ว่าการออกแบบเว็บไซต์ให้รองรับการใช้งานบนโทรศัพท์มือถือเป็นสิ่งที่ควรพิจารณาในลำดับแรกๆ แต่เว็บไซต์ที่ดีนั้นควรถูกออกแบบมาให้สวยและใช้งานได้จริงทั้งแบบ Desktop และ Mobile เพราะในที่สุดแล้ว สิ่งที่จะเป็นตัวชี้วัดว่าเว็บไซต์เราสวยงามตอบโจทย์หรือไม่คือการใช้งานจริง

ชุดภาพพาเลท 33 ชุด

สีมาแรงโทนสีแดง
สีมาแรงโทนสีชมพู
สีมาแรงโทนสีม่วง
สีมาแรงโทนสีส้ม
สีมาแรงโทนสีทอง
สีมาแรงโทนสีเขียว
สีมาแรงโทนน้ำเงิน
สีมาแรงโทนสีดำ
สีมาแรงโทนสีน้ำตาล
สีมาแรงโทนสีครีม
สีมาแรงโทนสีขาว

ขอขอบคุณ Marketing goops

สำหรับปี 2021 แอพพลิเคชั่นของเราก็กำลังจะเปิดให้บริการเร็วๆนี้ BCARD Application ช่วยให้ นามบัตรของคุณสามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพที่สุด เพื่อเพิ่มโอกาสในการทำธุรกิจให้สำเร็จมากขึ้น BCARD Thailand เครื่องมือที่จะช่วยเปลี่ยนนามบัตรของคุณให้กลายเป็นเครื่องมือที่ทันสมัย และ ช่วยเพิ่มโอกาสในการทำธุรกิจให้เติบโตขึ้นแบบก้าวกระโดด ที่สามารถออกแบบได้ด้วยตัวคุณเอง สามารถติดตามได้เร็วๆนี้

ติดตาม BCARD Application ในช่องทางอื่นๆได้ที่ BCARD THAILAND , CARD HENG , THAI CARD และ BCARD PERSONAL

Facebook Twitter Instagram Youtube Pinterest Tiktok


แบ่งปันเรื่องราวดีๆด้วยช่องทางนี้